แล้ววันนี้ก็มาถึง...วันที่เดินทางคนเดียว และ...หลงทาง

เป็นการหลงทางที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ไร้สติ และความตื่นเต้นท้าทาย

เป็นการหลงทางที่ทำให้ซึ้งถึงความซับซ้อนของระบบขนส่งมวลชนของญี่ปุ่น

หลังจากนั่งคิดนอนคิดอยู่วันสองวัน ก็ตัดสินใจเปิดเผยเรื่องทั้งหมดดีกว่า ยังไงคนเราก็ต้องทำอะไรโง่ๆในชีวิตอยู่แล้ว คงไม่แปลกอะไร ถ้าจะมาเล่าความอ่อนด้อยอันน่าขันให้คนอื่นฟัง

เรื่องมันมีอยู่ว่า...

วันจันทร์สอบตอนเช้าเสร็จประมาณสิบโมง ก็กลับมานอนเล่นที่หอด้วยความลิงโลดใจราวกับไม่เคยได้สัมผัสอิสรภาพของวันหยุดยาวอีกสองวัน

รุ่นพี่โทรมา ชวนไปเที่ยวอุเมดะ

อุเมดะคือย่านช็อปปิ้ง กิน เที่ยว เป็นโอเอซิสที่ใช้เติมมานาที่หมดไปกับการเรียน จากมหาวิทยาลัยโอซาก้า เดินทางไปได้ด้วยรถบัสและรถไฟฮันคิว ในราคาแค่ 490 เยน

ขาไป เป็นการเดินทางที่ตรวจเช็ครอบตารางรถบัสและรถไฟอย่างดี แอพพลิเคชั่นในไอโฟนและตารางรถตรงเผงอย่างน่าชื่นใจ ...ไร้ปัญหาติดขัดใดๆ

-1- คิโนะคุนิยะ

จุดหมายแรกที่อุเมดะคือร้านหนังสือคิโนะคุนิยะที่รีบตรงไปด้วยความคิดถึงหนังสือจะแย่...น่าเสียดายที่แม้แต่ร้านใหญ่ขนาดนี้ ยังมีชั้นหนังสืออังกฤษให้ชั้นเล็กๆชั้นเดียว และเป็นชั้นที่แสนจะกระจอกงอกง่อย

คิดถึงคิโนะคุนิยะที่ไทยจริงๆ

ที่น่าสนใจคือ ร้านที่นี่ขนาดน่าจะพอๆ หรือใหญ่กว่าที่ไทยด้วยซ้ำ แต่หนังสือส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น และมีชั้นภาษาอังกฤษกระจ้อยร่อย ขณะที่ร้านที่ไทย เต็มไปด้วยหนังสืออังกฤษ และยังผนวกหนังสือไทยเข้าไปได้อย่างค่อนข้างครบถ้วน ซึ่งน่าจะหมายความว่าญี่ปุ่นมีระบบหนังสือที่มั่นคงกว่าไทยมาก และยังชดเชยข้อด้อยเรื่องภาษาอังกฤษของตนโดยการแปลหนังสือต่างประเทศ

ถึงอย่างนั้น การที่ร้านที่ไทยมีหมวดภาษาอังกฤษใหญ่กว่า ก็ไม่ได้แปลว่าภาษาอังกฤษเราจะดีกว่าชาวญี่ปุ่น

ให้ตาย...

กลับเข้าเรื่อง สรุปวันนั้นก็ออกจากร้านมาอย่างเสียดายและหงุดหงิดใจที่หาซื้อหนังสือไม่ได้ คงต้องหวังพึ่งอะเมซอนในวันหน้า

-2- เติมกระเพาะ

ได้เวลาหาข้าวเที่ยงกิน  ร้าน Sai Shabu Shabu เป็นร้านชาบูชาบู และสุกี้ ที่ราคาพอเหมาะ

มากินเป็นรอบที่สองแล้ว เมนูที่สั่งวันนี้คือชุดสุกี้เนื้อ ราคาประมาณ 1000 เยน

 

อร่อยมาก...

 ส่วนมื้อเย็น หลังจากเดินว่อนอุเมดะอย่างไร้จุดหมาย มาเจอรุ่นพี่อีกคน เดินวนไปวนมาหาร้าน จิ้มมั่วๆได้รร้านสปาเก๊ตตี้สไตล์ญี่ปุ่นมาร้านนึง ลืมถ่ายรูปมาด้วย รสชาติทั่วไป ไม่ได้ประทับใจเป็นพิเศษ (แต่ชอบบรรยากาศร้าน มืดดี...)

จะว่าไปก็รู้สึกว่าร้านพาสต้าในญี่ปุ่นก็เยอะเหมือนกันนะ

จบมื้อสุดท้ายของวันด้วยร้านเค้ก HARB

รูปถ่ายคราวก่อนของร้านนี้หายไปแล้ว (T T) วันนั้นสั่งเมล่อนเค้กมา เป็นเมนูพิเศษตามฤดูกาล ด้วยความที่อยากลองกินเมลอนซักครั้ง

(ความจริงสีเมล่อนไม่ได้เหลืองขนาดนี้ แต่เพราะตอนถ่ายใช้ฟิลเตอร์ประหลาดไปหน่อย แล้วรีบถ่ายรีบกินด้วย 55)

รู้สึกประทับใจกว่ารอบที่แล้ว รู้สึกจะสั่งเค้กสตรอว์เบอรรี่ซักอย่างที่เลี่ยนไป

ครีมของฮาร์บเบาๆฟูๆ และไม่หวานจัด ผสมกับเนื้อเค้กออกเค็มนิดๆ แล้วก็เมลอนที่แทรกกลางมาสองชั้นและวางด้านบน ให้รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นส่วนผสมที่ดี

 

-3- หลง!

ความสนุกที่แท้จริงของเราเริ่มต้นที่ตรงนี้เอง ขากลับจากอุเมดะมาที่โอซาก้าไกได สถานีคิตะเซนริ

 

กำลังจะไปถึงชานชาลา ได้ยินเสียงรถไฟที่ตั้งใจจะขึ้นออกพอดี... เออ ทำใจ เปิดเช็คดูขบวนต่อไปอีกไม่นาน

หารู้ไม่ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความยุ่งยาก...

รถไฟขบวนใหม่เทียบชานชาลา ห่างจากเวลารถออกตามที่บอกในแอพสามนาที...

รุ่นพี่ส่งข้อความมาบอกว่าคันที่ไปคาวาระมาจิอย่าลืมเปลี่ยนที่อะวะจิ...

เงยหน้าขึ้นมอง สายนี้ไปคาวาระมาจิ...

เอาวะ ถึงจะไม่ตรงกับในแอพ แต่ยังไงมันก็ผ่านอะวะจิเหมือนๆกันล่ะ...ตัดสินใจขึ้นรถไป

พอรถออก ส่งข้อความไปหารุ่นพี่อีกคน

S: ชิบหาย แกขึ้นอันที่เป็นทคคิวปะวะ คือมันจะมีอันนึงที่ไม่ผ่านอะวะจิ ลงจูโซ เร็วๆ

Libero: อ่าว xxx

S: เคยขึ้นคันที่ไปคาวาระมาจิเว่ย สิบห้านาที...ไปโผล่ที่ Ibaraki-shi

(ตอนนั้นก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอิบารากินี่อยู่ตรงไหน)

ลงมาที่จูโซ นั่งรอไปอีกแปดนาที ขบวนใหม่มา เช็คอีกรอบว่าสายคิตะเซนริ ขึ้นไปนั่งเรียบร้อย เช็คแอพอีกครั้ง ในแอพมีจุดที่เขียนว่ารถจอดอะวะจิหนึ่งนาที...ในใจนึกงงๆว่าสายก็ชื่อคิตะเซนริ ทำไมต้องเปลี่ยนอีกวะ?

นั่งไปจนถึงอะวะจิ

คนลงเพียบเลย เดินลงบ้าง มองชานชาลาที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...

Takatsuki...

อ่าว เชี่ย...

รถไฟฮันคิวจากคิตะเซนริ สถานีเริ่มต้นจากฝั่งไกได สายที่นั่งมาจะต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีอะวะจิ

ประเด็นคือ...แต่ขากลับจากอุเมดะไปคิตะเซนริขบวนนั้น มันไม่ต้อง...

ในวินาทีแห่งความวุ่นวายนั้นเอง ก็หันหลังกลับไปมองรถไฟที่เพิ่งลงมาอีกครั้ง Kitasenri เป็นคิตะเซนริเดียวในระยะสายตา เลยตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เดินไปขึ้นอีกโบกี้นึง

ประตูรถปิด ที่นั่งเต็ม จำใจยืน...

รถจอดหนึ่งนาทีนั้น ไม่ใช่ให้เราเปลี่ยน แต่เป็นรอให้คนจากทาคัทสึกิเปลี่ยนมาคันเราต่างหาก

ระหว่างทางก็เล่าให้รุ่นพี่ฟัง

S: ทำแบบนี้แล้วจะเขินมาก ทุกคนรู้ว่าเราเงิบ

Libero: เข้าอีกประตูดิวะ เนียน 55

S: ทำไมแกคิดทันวะ คือชั้นเดินหันหลังกลับอย่างหงอยๆ

Libero: ต้องพลาดอย่างสง่างาม ^^

นั่งรถไฟกลับด้วยความภาคภูมิใจในการพลาดอย่างสง่างามมาจนถึงคิตะเซนริ

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรยาก นั่งบัสจากคิตะเซนริกลับไกไดเป็นเรื่องธรรมดามาก เดินไปป้าย เห็นบัสจะออกพอดี มองไกลๆ ไม่เห็นตัวหนังสือ แต่พอจับตัวเลขได้รางๆ สาย 59 ที่คุ้นเคย ก็โดดขึ้นอย่างลำพองใจ

นั่งบัสชิลล์ๆไปกับทางที่คุ้นเคยจนกระทั่งป้ายรองสุดท้าย...

เฮ่ย...ป้ายรองสุดท้ายได้ไงวะ เหลืออีกไม่ใช่เรอะ

ตอนนั้นก็รู้แล้วว่านั่งรถผิดอีกรอบ มองรอบข้างแล้วยังเป็นทางที่คุ้นเคย รู้ว่าจากตรงนี้เดินไปหอก็พอไหว ประเด็นคือเวลาตอนนั้นสามสี่ทุ่ม มืดพอสมควร แต่ถ้านั่งต่อไปอีกป้าย คงได้เดินย้อนไกลกว่าเดิม เลยตัดสินใจลง

ช่วงนี้ญี่ปุ่นก็เหมือนเข้าหน้าฝนของไทย จำเป็นต้องเดินตัดทุ่งนาเล็กๆ แต่ทางนั้นมืดและแคบ เสียงกบหน้าฝนร้องดัง โดยที่ไม่เห็นตัว ทางเปลี่ยวขนาดนั้นในยามวิกาล บวกกับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งวัน เบื่อเหลือเกินกับฉากกระตุ้นอะดรีนาลีน แบตโทรศัพท์เหลือไม่มากพอ ไม่กล้าผลาญไปกับการเปิดไฟฉายแรงๆ เลยเปิดแค่ไฟหน้าจอพอให้เดินไม่ตกข้างทางเท่านั้น

ขอบคุณพระเจ้าที่ฝนไม่ตก

ตอนไปถึงหอ กดลิฟต์ เข้าห้อง โยนกระเป๋าทิ้ง อยากจะนอนแผ่บนเตียงให้เต็มที่ แต่เหงื่อออกเยอะเหลือเกิน ต้องอดทนไปอาบน้ำก่อน

เสร็จแล้วมานั่งนึกๆ วันนี้ก็สนุกดีนะ ไม่มีทางได้ทำอย่างนี้แน่ๆถ้าไม่ได้ไปคนเดียวกลับคนเดียว ประสบการณ์ครั้งนี้ก็พอจะชี้ให้เห็นว่า เวลารีบๆเราไร้สติแค่ไหน แต่เวลาที่เจอปัญหา เราก็ยังควบคุมความคิดได้ในระดับที่ตัวเองพอใจทีเดียว

เอาล่ะ ตอนนี้ คิดว่าตัวเองน่าจะขึ้นรถไฟ รถบัสได้ดีขึ้นบ้างล่ะนะ

ปล. หลังจากมาถึงหอ รุ่นพี่ก็บอกว่าสายที่ไปคาวาระมาจิ มันเปลี่ยนที่อะวะจิได้จริงๆนะ

FFFFFFFFUUUUUUUU!!!

 

ขอให้ระบบขนส่งมวลชนญี่ปุ่นซับซ้อนยิ่งขึ้น!

Libero

Comment

Comment:

Tweet

@boynipan ตั้งแต่ที่กินมาชอบร้านนี้ที่สุดแล้วล่ะ ขอบคุณสำหรับดาวนะ
@iweakky ฮ่าๆ ถึงว่าเป็นเรื่องน่าอายไง มานึกๆยังอยากเตะตัวเองเลย ขอบคุณสำหรับดาวด้วยนะ
@Mint แต่ถ้าไปสองคนคงไม่หลงขนาดนี้ 55

#6 By libero on 2012-06-30 10:46

อยากไปด้วยจัง

#5 By Mint (103.7.57.18|115.87.167.179) on 2012-06-24 13:36

เนื้อน่ากินมากค่ะ 
ถ้าเราเป็น จขบ เราคงต้องหยุดตั้งสตินานเลยค่ะ
หลงแล้วหลงอีก ซ้ำซ้อนมาก Hot!

#4 By sailles™ on 2012-06-22 20:04

Hot! Hot!

เนื้อน่ากินมาก555+^^confused smile
@fafner เข้าใจความรู้สึกนี้ดี เจอบ่อยเหมือนกันเวลาเปิดเฟซบุ๊ค

#2 By libero on 2012-06-21 16:22

เข้ามาดูตอนกลางคืน เปิดมาเจอเนื้อหิวทันทีเลย

#1 By fafner on 2012-06-20 21:51