สำหรับเรา เกียวโตเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นเมืองที่เราจะเห็นภาพชาวญี่ปุ่นในชุดยูคาตะเดินอยู่ในห้างใหญ่ทันสมัย เห็นศาลเจ้าแทรกตัวอยู่ระหว่างตึกแถว ถึงจะเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเกือบตลอดปี แต่เดือนกรกฎาคม เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เกียวโตจะกวักมือเรียกทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติให้เข้าไปชม “กิองมัตสึริ”

“กิองมัตสึริ” นี้มีตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จุดประสงค์ดั้งเดิมคือเพื่อปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ปัจจุบันกลายเป็นงานที่ปัดเป่าเงินออกจากกระเป๋านักท่องเที่ยวไปแล้ว วันหลักของกิองมัตสึรินั้น ความจริงแล้ว เป็นวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งจะมีการขบวนแห่ที่อลังการน่าดูแห่ไปทั่วเมือง น่าเสียดายที่วันนั้นมีเรียน (อืม...ความจริงก็อยากโดดไปนะ) เมื่อวานเลยแพ็คกระเป๋า (แค่สมุดจด-หนังสือนำเที่ยว-กล้องแค่นั้นแหละ) ไปลุยเที่ยวเกียวโต ซึ่งก็ยังได้อยู่ในบรรยากาศของกิองมัตสึริอยู่ดี

เราไปถึงเกียวโตประมาณบ่ายโมงเศษ ออกจากสถานีรถไฟคาวาระมาจิ แถวนั้นมีถนน เทระมาจิ ซึ่งเป็นร้านค้าเรียงรายหลากหลาย ตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก หนังสือเก่า(ตั้งแต่มือสองไปจนเก่าจริงๆ แบบหนังสือสะสม) มาจนถึงร้านงานฝีมือ

ถ้าได้มาแถวนี้ อย่าลืมมองหาร้านเฉพาะทาง (เซ็มมงเท็น) ซึ่งมีร้านเก๋ๆน่าสนใจอยู่หลายที่

อย่างร้านนี้ ขายแต่เกี๊ยะอย่างเดียว

ที่ถ่ายมานี่ด้วยความสงสัยว่ามันจะใส่ยังไงหว่า...อ้อ ราคาข้างหลังก็ชวนตกใจเหมือนกัน

 

นี่ร้านพัดทำมือ สวยมากๆ

ร้านหนังสือเก่าสองแห่ง โคตรชิค

ร้านขายเครื่องดนตรีพื้นเมืองจากทั่วโลก มีแคน ซอด้วง ซออู้ ระนาดของไทยด้วย เข้าร้านนี้อย่างตื่นเต้นและไม่อยากออกมา 55 ในร้านมีขายซีดีเพลงพื้นเมืองจากประเทศต่างๆด้วย

นอกจากนี้ยังเจอร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ ชอบบรรยากาศมาก ข้างในมีสีเรียงเต็มผนัง พู่กัน(ซึ่งแพงมาก) กระดาษ กรอบรูป คือเดินเข้าร้านเดียวทำได้ทุกอย่าง (ความจริงอยู่แถวชิโจโดริ แต่เอามารวมในหมวดร้านเซ็มมงแล้วกัน)

 

ระหว่างทางเดิน...

 


ซะยะกะจินจะ

พอเริ่มเย็นๆ ไปเดินเล่นที่ ศาลเจ้ายะซะกะ

วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ

ข้างในมีร้านขายของกินเล่น (ที่อิ่มมาก) เช่น เนื้อย่างโกเบ(คนต่อแถวเป็นโยชน์) ฮิโรชิมายากิ (โอโคนิมิยากิแบบฮิโรชิมา) ริงโกะอาเมะ (เข้าใจว่าเป็นแอปเปิ้ลเชื่อม) ยากิโซบะ

นี่ร้านเนื้อย่างโกเบ สู้คนต่อแถวไม่ไหว อดกิน...(คนญี่ปุ่นช่างบ้าต่อแถว orz)

เด็กสองคนน่ารักดี 55

หลังจากลังเลซักพักก็ซื้อฮิโรชิมายากิในราคา 500 เยนมากล่องหนึ่ง แล้วไปนั่งกินในร้านยากิโซบะห่อไข่กับเพื่อน

 

ใช้ได้นะเนี่ย (เพิ่งเห็นว่าถ่ายไม่ชัดหลายรูปมาก T_T) บรรยากาศร้านยากิโซบะนี่ชวนคิดถึงร้านข้างทางที่ไทยมาก ร้อนๆ อบๆ แถมรสชาติก็ยังชวนนึกถึงผัดไทยอีก...

 

ส่วนใหญ่วัดกับศาลเจ้าในญี่ปุ่นไม่ค่อยมีความสำคัญทางด้านจิตใจเท่าไหร่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นศาลเจ้าชินโตนี่จะยิ่งเห็นได้ชัดถึงความเป็น "ธุรกิจท่องเที่ยว" คนญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยมีศาสนา แต่ถ้าพูดถึง คะรูโตะ (Cult) หรือกลุ่มลัทธิต่างๆแล้ว มีอยู่หลายลัทธิทีเดียว ลัทธิต่างๆเหล่านี้ก็มีแปลกๆ อย่าง "ชินริเคียว" ที่ผู้นับถือกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีปล่อยแก๊สซารีนที่สถานีรถไฟโตเกียวเมื่อ 17 ปีก่อน

กินเสร็จไปเดินเล่นในศาลเจ้านิดหน่อย บรรยากาศเริ่มมืดลง โคมไฟตามทางเดินเปิดแสงสลัวๆ ถ้ามาตอนมืดกว่านี้คงจะยิ่งน่าชม

เฮือก...เนื่องจากมันยาวมาก คงต้องแบ่ง "เสน่ห์เกียวโต" ออกเป็นสองภาค ภาค 1: เดินเล่นในเมืองก็จบลงเท่านี้ก่อน

แล้วพบกับเสน่ห์เกียวโต ภาค 2:โยยโยยโยยยามะ ก่อนจะถึงกิองมัตสึริ เร็วๆนี้

อ่านต่อ SneakpeekJapan#8 เสน่ห์เกียวโต ภาค 2: โยยโยยโยยยามะ

Libero

 

 

Comment

Comment:

Tweet

@fafner อืม ตอนนี้เรายังรู้สึกอยากจัดเป้ไปเที่ยวอีกรอบมาก ขอบคุณสำหรับดาวนะ

#5 By libero on 2012-07-21 10:16

เกียวโตนี่ไปเที่ยวกี่ครั้งก็ชอบทุกครั้งHot!

#4 By fafner on 2012-07-19 12:05

@boynipan สนุกมากเลยล่ะ เราว่าจะไปอีกหลายๆครั้ง ขอบคุณสำหรับดาวนะ big smile
@iweakky นั่นสิ เสียดายที่ตอนนี้ยังอ่านหนังสือญี่ปุ่นไม่ได้   ถ้าเป็นของไทยคงเข้าไปหมกตัวเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับดาวนะ

#3 By libero on 2012-07-16 07:48

Hot! Hot!
ปลื้มร้านหนังสือเก่ามากค่ะ 
แต่งร้านเก๋มาก น่าเข้าไปหมกตัวในนั่นเป็นที่สุด cry

#2 By sailles™ on 2012-07-15 19:34

Hot! Hot! Hot!

น่าเดินมาก555+

เกี๊ยะสูงจัง..^^

confused smile confused smile confused smile