สัปดาห์ที่ผ่านมาได้โอกาสหยุดเรียนตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันพุธ ตั้งแต่ย้ายมาโตเกียวก็ไม่ได้มีโอกาสหรือความพยายามออกไปเที่ยวเมืองรอบนอกมากนัก ที่ดังๆอย่างนิกโก้ คามาคุระ โยโกฮาม่า ก็ไปมาพอสมควรแล้ว ไหนๆอุตส่าห์มาอยู่ยาวทั้งที อยากลองไปที่ๆถ้าเราไม่ได้มาอยู่ คงไม่ได้ไปเที่ยวเอง เลยเปิดเว็บเจอาร์หาที่เที่ยวรอบๆโตเกียว จึงพบรถไฟไป 伊豆 Izu

 

แหลมอิซึ (Izu Peninsula) อยู่ในจังหวัดชิซึโอกะ ลงมาทางใต้ของโตเกียว ฮาโกเน่เองก็อยู่จังหวัดนี้ ขึ้นชื่อว่าแหลม แน่นอนว่าอิซึดังเรื่องชายทะเล ทั้งยังเป็นเมืองบ่อน้ำพุร้อน ออนเซน เป็นที่พักตากอากาศนอกเมืองระยะไปเช้าเย็นกลับที่โด่งดังมานาน ให้เปรียบก็คงเป็นเหมือนหัวหินของคนกรุงเทพ นอกจากนี้ ภาคกลางของอิซึที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น Little Kyoto ยังเป็นเมืองยอดนิยมสำหรับนักเขียนญี่ปุ่น เช่น Kawabata Yasunari นักเขียนรางวัลโนเบล ได้เขียนเรื่อง Izu no Odoriko - The Dancing Girl of Izu โดยใช้ฉากที่นี่ น่าเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสอ่านก่อนไป

 

จากการหาข้อมูลไปๆมาๆอยู่หลายวัน บังเอิญเจอโฆษณาเรียวกัง Itoen Hotel Group ซึ่งห้องพักราคาเดียวทั้งปี ราคารวมภาษีก็ประมาณแปดพันเยนต้นๆ ที่สำคัญเปิดให้จองสำหรับหนึ่งคน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้หาได้ง่ายนัก บางทีเจอแพ็คเกจน่าสนใจมาก แต่ไม่ยอมรับจองชื่อคนเดียว พอเปิดเว็บไซต์โรงแรม โอ้ ช่วงนี้มีโปรโมชันฟรีค่ารถตู้โรงแรมไปกลับโตเกียวด้วย ปกติถ้าค่าตั๋วรถไฟไปกลับโตเกียว - อิซึ และขึ้นลงไม่จำกัดเที่ยวในบริเวณบางส่วนของอิซึ ก็ประมาณหกพันกว่าเยน ครั้งนี้กะว่าคงไปใช้เวลาพักเงียบๆที่โรงแรมมากกว่าตั้งใจตะลอนเที่ยวมากมายด้วย ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี

แต่ถึงอย่างนั้น โรงแรมในเครืออิโตเอนในย่านอิซึเองก็มีไม่น้อย เลยต้องนั่งพิจารณาทั้งทำเล แพ็คเกจห้องพัก บางสาขาให้จองเฉพาะห้องไม่มีวิว ที่ฟังดูเหี่ยวเฉามาก สุดท้ายเลยเลือกจอง Itoen Atagawa Hotel เนื่องจากมีแพ็คเกจรับประกันห้องวิวทะเลสำหรับหนึ่งคน ได้ห้องสไตล์ญี่ปุ่นขนาด 10 เสื่อตาตามิ (ซึ่งพออยู่ญี่ปุ่นมาซักพักก็รู้สึกว่าใหญ่มากสำหรับคนเดียว) และสถานี Izu Atagawa ก็ดูอยู่ช่วงกลางๆระหว่างอิซึตอนบนและเมืองชิโมดะ อ้อ และมีบุฟเฟต์ปูยักษ์ ズワイガニ (สรุปก็ไม่ได้ใช้บริการรถไฟเจอาร์ แต่ใช้เว็บเค้าหาที่เที่ยวเฉยๆ)

 

อิซึแรกพบ

P1030395

มาดูด้วยตาผ่านกระจกรถตู้ บ้านเรือนในอิซึอาจจะนับว่าฮวงจุ้ยดี มีด้านหลังเป็นภูเขา มีด้านหน้าเป็นทะเล แต่ทะเลที่เห็นไม่ได้เป็นแนวชายหาดยาวๆกว้างๆเหมือนทะเลไทย หาดแคบจนเกือบเรียกได้ว่าไม่มี ทรายสีน้ำตาลเข้มปนเทา แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ไม่ได้เห็นในวันแรกของทริป เนื่องจากฝนตกหนัก ซ้ำแล้วพอขึ้นเขาไปซักพักยังหมอกลงจัดเสียจนมองระยะข้างหน้าได้แค่ประมาณ 10 เมตร แถมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะไม่ได้นั่งรถยนต์มานานหรืออะไร พักหลังๆพอนั่งรถแล้วเมารถง่าย ก็เลยนอนมันเสียในรถตู้ มองฝนและหมอกกระทบกระจกรถสลับกับภาพอิซึจากมุมต่ำ เป็นอุโมงค์บ้าง ป่าเขาเขียวๆบ้าง นั่งรถตู้ออกจากรอบนอกโตเกียวตอนเก้าโมงเช้า แวะจอดกินข้าวประมาณชั่วโมงนึง ประมาณบ่ายโมงครึ่งก็ถึงโรงแรมที่ Atagawa

 

เรียวกัง Itoen Atagawa

ด้วยความที่เป็นที่ท่องเที่ยวที่พัฒนามานานแล้ว ทำให้บรรยากาศที่อิซึดูจะย้อนยุคไปเล็กน้อย บรรดาเรียวกัง รีสอร์ทต่างๆ ส่วนใหญ่สร้างมานานพอสมควร อ่านรีวิวในเน็ตบางทีก็มีรุ่นลูกพาพ่อแม่มารำลึกความหลังสมัยเด็ก โรงแรมอิโตเอนที่เรามาพักก็จัดอยู่ในประเภทนี้ แน่นอนว่าบางที่ก็มีรีโนเวตเป็นโรงแรมหรูบ้าง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นบ้าง เน้นจุดขายว่ามีชุดยูกาตะลายน่ารักๆให้เลือกบ้าง (มันมีคนเลือกโรงแรมเพราะชุดสวยด้วยเรอะ) โรงแรมเก่าๆเลยสู้ด้วยการขายความเก่าเสียเลย ปะหน้าด้วยคำว่า 老舗 Shinise สื่อว่าโรงแรมนี้ตั้งมานานแล้ว มีความเก๋า เป็นมืออาชีพ ก็เป็นการตีความที่เจ๋งดี

ตอนลงจากรถ มีคุณป้าชาวญี่ปุ่นที่มากกับกลุ่มสองสามคนเข้ามาถามว่ามาพักที่นี่เหรอ มาคนเดียวเหรอ ตอนนั้นเราลงจากรถมายังเมาอยู่ เลยพยักหน้าตอบไปสั้นๆ ก่อนจะนึกได้และเกิดระแวง แต่ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร คุณป้าแกก็ตอบมาทำนองว่า เก่งจังมาคนเดียว ยังงงๆอยู่ก็เลยพยักหน้าต่อ... พอเข้ามาในโรงแรมและเห็นผู้คนรอบข้างก็พอเข้าใจ คนส่วนใหญ่ที่มาเรียวกังวันจันทร์ที่ไม่ใช่วันหยุดราชการก็เป็นชาวญี่ปุ่นวัยเกษียณไปแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เป็นคุณลุงคุณป้ามาด้วยกัน ก็จะเป็นกรุ๊ปคุณป้า เป็นกลุ่มคนที่เรามักเจอเวลาไปที่เที่ยวแบบชิลๆและไม่ชิคมากนัก เช่น ไปเดินเขา ไปร้านขนมเก่าๆ เป็นต้น

2015-11-03 14.09.13

2015-11-03 14.11.40

[Disable javascript] src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" async="" charset="utf-8">[/Disable javascript]

ในล็อบบี้โรงแรมตกแต่งดูย้อนยุคสมัยโชวะ ประดับแชนเดอร์เลียแสงสีทอง ชุดเก้าอี้ลายสไตล์ฝรั่ง มีบ่อน้ำภายในล็อบบี้ซึ่งตั้งตุ๊กตาสำหรับให้รดน้ำขอพรได้ด้วย ที่จริงแล้วดูเหมือนว่าโรงแรมเครืออิโตเอนจะเคยเป็นโรงแรมหรูในยุคโชวะ พอเวลาผ่านไป โรงแรมเก่าลงก็ปรับโพสิชันให้กลายเป็นเน้นราคาถูกแทน แต่พูดว่าราคาถูก ก็ไม่ได้เหมือนบัดเจ็ทโฮเทลเสียทีเดียว ห้องพักกว้างขวางแม้ของตกแต่งเหมือนจะถูกยกออกไปเหลือให้เห็นแต่ผนังกรุกระดาษ เสื่อตาตามิสีเขียวอ่อนตัดกับตู้สีเหลืองหม่นๆ ออกมาเป็นสีสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยดี ฟูกฟุตงมีพนักงานปูให้ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องเรียบร้อย ผ้าห่มฟูๆนอนสบายดี ตัวโรงแรมเองก็ใหญ่ มีห้องบิลเลียด ปิงปอง คาราโอเกะ ห้องเกมตู้ ให้ใช้ได้ฟรีทั้งหมด ในหน้าร้อนก็มีสระว่ายน้ำในร่่มที่มีสไลเดอร์น่าเล่นมากด้วย เหมือนได้ใช้โครงสร้างโรงแรมหรูในอดีตด้วยราคาถูก นับว่าถูกใจเราไม่น้อย

 

ภายในห้องพัก

P1030379

[Disable javascript] src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" async="" charset="utf-8">[/Disable javascript]

 

[Disable javascript] src="//embedr.flickr.com/assets/client-code.js" async="" charset="utf-8">[/Disable javascript]

P1030381

วิวจากหน้าต่างห้องพัก

P1030378

 วันแรกหมอกลง ภาพนี้น่าจะถ่ายตอนประมาณบ่ายโมงครึ่งไม่เกินบ่ายสอง

 

อีกอย่างที่สะท้อนการลอยคว้างอยู่ในอดีตของโรงแรมคือ จำนวนปลั๊กไฟในห้องพักที่น้อยเหลือเกิน นี่มาแค่คนเดียว แต่ก็มีทั้งกล้อง ทั้งโทรศัพท์ แบตสำรองอะไรให้สลับกันชาร์จวุ่นวาย ยังไม่นับปกติที่จะเอาไอแพดหรือโน้ตบุ๊คติดตัวไปอีก ถ้ามากันหลายคนคงได้มีศึกชิงปลั๊กไฟ

 

(อีกจุดที่เราแปลกใจคือน้ำจากก๊อกน้ำรสออกเค็ม เข้าใจว่าเอามาจากที่เดียวกับบ่อออนเซน (เนื่องจากเราอยากรู้มาก ตอนไปออนเซนเลยกลั้นใจชิมนิดนึง...) เนื่องจากอะตากาวาติดทะเล น้ำพุร้อนที่นี่เลยอาจเป็นน้ำกร่อยก็ได้...)

Comment

Comment:

Tweet

บรรยากาศน่าพักผ่อนมาก

#1 By fafner on 2015-12-03 20:04